(แรงเท่ากับคนญี่ปุ่น 10 คน) นี่คือเรื่องจริงของ “ยาซึเกะ” ซามูไรผิวดำ-คนแรกและคนเดียวของโลก

ตามบันทึกของ โกตะ กิวอิจิ นายอาลักษณ์ของตระกูลโอดะ ผู้จดบันทึกเรื่องราวและเหตุการณ์ประจำวันที่ทำงานให้โนบุนางะมานานหลายปี ได้มีการกล่าวถึง ซามูไรผิวดำคนแรกและคนเดียวที่ได้เป็นองครักษ์ให้กับ โอดะ โนบุนางะ ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างมาก ในการรวบรวมพื้นที่ทั้งหมดให้กลายเป็นประเทศญี่ปุ่น (ช่วงศตวรรษที่ 15)

ซามูไรท่านนี้มีชื่อว่า “ยาสึเกะ” (Yasuke) ขณะนั้นอายุประมาณ 24-25 ปี ปรากฎตัวครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อปี ค.ศ.1579 แรกเริ่มเป็นคนรับใช้ของบาทหลวงวาเลียนาโน่ มิชชันนารี่คณะเยซูอิต ชาวอิตาเลี่ยน ที่เดินทางเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นเพื่อเยื่ยมชมการปฎิบัติภารกิจเผยแพร่ศาสนา (ประวัติต้นกำเนิดของเขายังคงเป็นปริศนา ไม่มีใครรู้แม้กระทั่งชื่อเดิม หลายแหล่งข้อมูลบอกว่าเขาเป็นคนประเทศโมซัมบิก แต่บางแหล่งก็บอกว่าเขามาจากประเทศแองโกลา หรือประเทศเอธิโอเปีย)

ด้วยรูปลักษณ์ผิวสีดำสนิท รวมถึงความสูงกว่า 182 ซม. ทำให้ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะมีคนคอยมุงดูอยู่เสมอ ครั้งหนึ่งถึงกับมีเหตุการณ์เหยียบกันตายเลยทีเดียว ทำให้ข่าวนี้ดังไปไกลถึงหู “โอดะ โนบุนางะ” (Oda Nobunaga) จึงส่งสาสน์ถึงบาทหลวงให้พายาสึเกะมาพบที่ปราสาทเพื่อขอดูตัวให้เห็นกับตาตนเองทันที

และเมื่อแรกเห็นก็ยังไม่เชื่อว่าคนอะไรจะมีผิวสีดำสนิทราวกับถ่านขนาดนี้ จึงสั่งให้ยาสึเกะทำการพิสูจน์โดยเปลื้องผ้าออกแล้วขัดล้างผิวให้ดูจนแน่ใจว่า สีผิวนั้นคือเนื้อแท้หาใช่สีฉาบทาเพื่อหลอกลวงชาวบ้านไม่ …

ต่อมา ยาสึเกะเริ่มหัดพูดภาษาญี่ปุ่นได้นิดหน่อย ทำให้สามารถสนทนากับโนบุนางะได้ นอกจากโนบุนางะจะสนุกสนานกับการพูดคุยกับยาสึเกะแล้ว ก็ยังถูกใจในความกำยำของชายร่างยักษ์ตั้งแต่แรกเจอด้วย (ในยุคนั้นคนญี่ปุ่นไม่ค่อยจะสูงนัก ราว 152 เซนติเมตร) ทำให้ยาซึเกะดูเหมือนกับยักษ์ยังไงยังงั้น

ตามบันทึกระบุว่า ยาสึเกะมีกำลังเท่ากับคนญี่ปุ่น 10 คน และด้วยร่างกายและผิวสีที่สามารถข่มขวัญศัตรูได้โดยง่าย ทำให้โนบุนางะแต่งตั้งให้ยาสึเกะเป็นซามูไรที่มีหน้าที่คอยติดตามและคุ้มกัน แล้วยังรับหน้าที่สำคัญอีกหลายอย่าง เช่นการเป็นคนคอยถืออาวุธให้โนบุนางะ ซึ่งผู้ได้รับหน้าที่นี้จะต้องได้รับความเชื่อใจจากเจ้านายเป็นอย่างมาก พร้อมกับมอบดาบและบ้านพักให้ยาสึเกะอีกด้วย จนคนในปราสาทพากันล้อว่าภายหน้ายาสึเกะคงได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองที่ไหนสักแห่งเป็นแน่ (แต่ตามบันทึกก็ไม่ได้ระบุนะว่าคุมเมืองใด)

โนบุนางะ ไม่เพียงเป็นไดเมียวชำนาญศึก แต่เขายังสนใจในด้านศิลปวัฒนธรรม และศิลปะการต่อสู้ และมักสอดส่องหาบุคคลที่ฉลาดหลักแหลมมาร่วมงานอยู่เสมอ

แต่ความสุขก็อยู่ได้เพียงชั่วครู่ เดือนมิถุนายน ค.ศ.1582 โนบุนางะออกคำสั่งให้ “อาเคจิ มิตสึฮิเดะ” แม่ทัพคนสนิทยกทัพไปปราบพวกกบฐเพื่อหวังที่จะรวมญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่ง แต่กลับโดนทรยศ กองกำลังที่โนบุนางะสั่งให้ไปรบกลับหวนมาตีเขาเอง ซึ่งในขณะนั้นโนะบุนางะมีเพียงยาสึเกะและองครักษ์เพียงหยิบมือ ทำให้ไม่อาจต้านทานกองกำลังของมิตสึฮิเดะได้ สุดท้ายโนะบุนางะจึงตัดสินใจคว้านท้องตัวเองตาย

แต่ยาสึเกะตีฝ่าวงล้อมออกมาได้ จึงมุ่งหน้าเพื่อไปเข้าร่วมกับ “โอดะ โนบุทาดะ” (ลูกของเจ้านาย) แต่ด้วยกองกำลังที่น้อยกว่า สุดท้ายต้องยอมจำนน “โนบุทาดะ” ก็ทำการจบชีวิตแบบเดียวกับผู้เป็นพ่อ หลังจากนั้นชื่อของ “ยาซึเกะ” ซามูไรผิวดำคนแรกและคนเดียวของญี่ปุ่นก็หายไปจากหน้าประวัติศาตร์ตลอดการ (บ้างก็ว่าเขาถูกส่งกลับไปยังโบสถ์ของคณะเยซูอิต แต่บ้างก็ว่าเขาได้ทำการฮาราคีรีไปพร้อมกับโนบุทาดะ แต่ถึงอย่างไร วีรกรรมความกล้านี้ก็ทำให้ชาวญี่ปุ่นประทับใจและถูกเล่าต่อกันมาจนกลายเป็นตำนานเรื่องจริงที่โด่งดังไปทั่วโลก)

เนื้อเรื่องในอนิเมะ โดยย่อ : จากที่เคยเป็นซามูไรเต็มตัว แต่หลังจากเจ้านายอย่าง โนบุนางะเสียชีวิต ตอนนี้เขาได้กลายเป็น โรนิน-ซามูไรไร้นาย แล้วก็ได้ปลีกตัวไปใช้ชีวิตอย่างสงบ แต่สุดท้ายเขาก็ถูกบังคับให้ต้องจับดาบอีกครั้ง เมื่อต้องปกป้องเด็กสาวลึกลับจากกองกำลังชั่วร้าย จนนำไปสู่เรื่องราวแห่งการต่อสู้ที่ตัวเขาเองไม่เคยพบเจอมาก่อน รับบทและให้เสียงพากย์โดย คีธ สแตนฟิลด์ นักแสดงมากความสามารถที่เคยโชว์ฝีมือไว้ใน Get Out นั่นเอง

เนื้อหาอัพเดต: เมื่อปี 2017 ค่ายหนังยักษ์ใหญ่ Liongate มีแผนที่จะสร้างภาพยนต์เกี่ยวกับ ยาซึเกะ ต่อมาเมื่อกลางปี 2019 ทางค่ายก็ประกาศชื่อของนักแสดงที่จะมารับบทนี้ นั่นคือ แชดวิก โบสแมน (Chadwick Boseman) แต่ก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน ปี 2020 นักแสดงหนุ่มเสียชีวิตกระทันหันจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ จึงทำให้โปรเจค Black Samurai ต้องถูกเลื่อนออกไป กระทั่งล่าสุดทาง Netflix เตรียมปล่อยซีรีย์อนิเมะที่นำเสนอเนื้อเรื่องในการเป็นโรนินของยาซึเกะ โดยมีกำหนดฉายทางสตรีมมิ่งในวันที่ 29 เมษายน 2021 จำนวน 6 ตอนครับผม